ฉลอง 1 ทศวรรษ นิทานเพื่อนรัก

      หลังจากที่โครงการนิทานเพื่อนรัก นิทานรายเดือนเพื่อส่งเสริมการอ่านสำหรับเด็กปฐมวัย ดำเนินงานมาครบ 10 ปี จึงได้จัดงานฉลอง 1 ทศวรรษโครงการนิทานเพื่อนรัก และก้าวสู่ทศวรรษใหม่ของกระบวนการส่งเสริมการเรียนรู้แบบบูรณาการขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เป็นประธานในการมอบโล่และเกียรติบัตรให้กับโรงเรียนที่ส่งเสริมการอ่าน พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษเพื่อเสริมสร้างกำลังใจให้กับครูทั่วประเทศ

      การสร้างสรรค์หนังสือให้กับเด็ก ครอบครัวและโรงเรียน เป็นโจทย์ที่แปลน ฟอร์ คิดส์ ได้รับมาตั้งแต่ 15 ปีที่แล้วครั้งเริ่มก่อตั้งบริษัท เนื่องจากในเวลานั้นพฤติกรรมของคนไทยยังบริโภคหนังสือในอัตราที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว ความรู้ความเข้าใจถึงอานุภาพของหนังสือที่มีต่อการพัฒนาเด็กนั้นยังไม่ถูกตระหนักในสังคมไทยมากนัก นิทานเพื่อนรักจึงเกิดขึ้นภายใต้การชี้แนะของคณะที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาปฐมวัยและผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตหนังสือสำหรับเด็ก ที่ได้เขียนและคัดสรรนิทานจากทั่วทุกมุมโลกให้ครอบคลุมทุกสาระการเรียนรู้ เพื่อเด็กจะได้สัมผัสถึงเรื่องราวที่หลากหลายจากต่างดินแดน ต่างวัฒนธรรม ถ่ายทอดออกมาด้วยเทคนิคหลากสไตล์ เป็นการเปิดโลกทัศน์และมุมมองใหม่ๆ ให้กับเด็ก ซึ่งคุณริสรวล อร่ามเจริญ กรรมการผู้จัดการบริษัทแปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด ได้กล่าวว่า “โครงการนิทานเพื่อนรัก เป็นนวัตกรรมในการส่งเสริมให้เด็กมีนิสัยรักการอ่านอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักพิมพ์ โรงเรียน บ้าน สามประการที่มุ่งส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยมีนิสัยรักการอ่าน ซึ่งเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ตลอดชีวิต บูรณาการทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน สอดแทรกสาระที่เป็นประโยชน์ในการดูแลตนเองและคนรอบข้าง ส่งเสริมความฉลาดทางอารมณ์ เชาวน์ปัญญา และเปี่ยมด้วยคุณธรรมจริยธรรมอันเป็นรากฐานของวิธีการปลูกฝังเด็กให้เติบโตเป็นคนดีมีคุณภาพ  ได้รับการสนับสนุนจากอาจารย์จินตนา ธรรมวานิช นายกสมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทย และ ดร.วรนาท รักสกุลไทย รวมถึงคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการทุกท่าน จนในที่สุดหนังสือนิทานเพื่อนรักก็ได้ปรากฏสู่สายตานักอ่านผ่านโรงเรียนที่เป็นสมาชิกโครงการในเดือนมิถุนายน 2545 เป็นเล่มแรก มาในวันนี้นิทานเพื่อนรักเป็นเพียงโครงการเดียวเท่านั้นในประเทศไทย ที่ออกแบบการส่งเสริมการอ่านให้กับเด็กปฐมวัยอย่างเป็นระบบ ซึ่งนับเป็นโครงการที่พวกเราชาวแปลน ฟอร์ คิดส์ ภาคภูมิใจอย่างยิ่ง”

       ภายในงานมีการแถลงผลงานวิจัย การศึกษานวัตกรรมเพื่อพัฒนาการอ่านสำหรับเด็กปฐมวัย กรณีศึกษาโครงการนิทานเพื่อนรัก ทศวรรษที่ 1 (พุทธศักราช 2544-2553) โดยความร่วมมือทางวิชาการระหว่างคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด เพื่อนำผลสรุปที่ได้มาวิเคราะห์และพัฒนารูปแบบของโครงการ โดยทำการสำรวจความคิดเห็นและทำวิจัยเชิงปฏิบัติการกับคณะผู้บริหารจากโรงเรียนอนุบาลต่างๆ รวมถึงกลุ่มสมาชิกนิทานเพื่อนรักที่เป็นคุณครู พ่อแม่ และผู้ปกครอง

       “การวิจัยในครั้งนี้เป็นงานวิจัยเชิงผสม ประกอบด้วยผู้บริหารโรงเรียน คุณครู พ่อแม่และผู้ปกครอง จากโรงเรียนที่เป็นสมาชิกในโครงการนิทานเพื่อนรักรวมทั้งหมด 5 ภูมิภาคคือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้ รับเกียรติจากท่านคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา  ศ.ดร.อารี สัณหฉวี รศ.ดร.พัชรี ผลโยธิน นพ.ดุสิต  ลิขนะพิชิตกุล และอาจารย์ดร.อรชา ตุลานันท์ ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในสายของการศึกษาปฐมวัยอย่างแท้จริงมาเป็นผู้ตรวจเครื่องมือ ภาพรวมของการวิจัยพบว่า โรงเรียนที่จะใช้หนังสือนิทานเพื่อนรักได้ประสบความสำเร็จได้นั้นจะต้องมีนโยบายการใช้หนังสือนิทานประกอบการเรียนการสอนอยู่แล้ว โรงเรียนจะต้องมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการที่จะหยิบโครงการต่างๆ ที่นอกเหนือจากการส่งเสริมให้ใช้หนังสือนิทานในห้องเรียน มากระตุ้นให้เกิดการใช้หนังสือนิทานทั้งในและนอกห้องเรียน เช่น มีการทำห้องสมุดเคลื่อนที่ หรือแลกเปลี่ยนทำกระเช้าหนังสือนิทานระหว่างระดับ 1 ระดับ 2 นอกจากนี้การใช้หนังสือนิทานเพื่อนรักในโรงเรียนจะต้องขอความร่วมมือผู้ปกครองทุกคนสมัครเป็นสมาชิกนิทานเพื่อนรัก เพราะว่าเด็กจะได้มีโอกาสมีหนังสือเป็นของตนเอง เวลาที่คุณครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในชั้นเรียนแล้วเด็กแต่ละคนมีหนังสืออยู่ในมือเป็นหนังสือของเขาเอง เขาก็จะมีส่วนร่วมกับกิจกรรม มีพลัง มีความแอคทีฟในการที่จะทำกิจกรรมต่างๆ ในชั้นเรียนอย่างลุ่มลึกมากยิ่งขึ้น  นิทานเพื่อนรักไม่ได้มาเพียงแค่ตัวหนังสือนิทานเพียงอย่างเดียว จะมีคู่มือครู รวมถึงกระบวนการใช้ต่างๆ ซึ่งแฝงไปด้วยปรัชญาของการสอนภาษาแบบธรรมชาติ เพราะฉะนั้นผู้บริหารโรงเรียนจึงมองว่า การให้ครูใช้หนังสือนิทานเพื่อนรักให้ได้มีประสิทธิภาพที่สุด จะต้องทำให้ครูรวมถึงบุคลากรของโรงเรียนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าใจแก่นแท้ รวมถึงขั้นตอนกระบวนการใช้หนังสือนิทานภายใต้กรอบของ Whole Language ให้ได้ และการจัดแสดงผลงานของนักเรียน อันนี้เป็นสิ่งสำคัญมากเพราะมันเกิดคุณค่าทางจิตใจ เด็กมีความรู้สึกว่าเนื้อเรื่องที่เขาอ่าน กิจกรรมที่เขาลงมือทำไปมันมีคุณค่า มีความหมาย มีพื้นที่สำหรับเด็กที่จะทำให้เขาได้บอกกับทุกคนว่านี่แหละคือผลงานของเขา ซึ่งนอกจากจะเกิดประโยชน์กับตัวเด็กๆ ในแง่ของคุณค่าทางจิตใจแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นความสนใจของผู้ปกครองอีกด้วย” ดร.ยศวีร์ สายฟ้า นักวิจัยกล่าว

       ทางด้านคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ประธานกรรมการมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก และประธานคณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ด้านการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษเพื่อเป็นกำลังใจให้กับครูทั่วประเทศไว้ว่า “เด็กที่ร้องไห้งอแง ไม่ว่าจะชาติใด เผ่าพันธุ์ใด หากเราอ่านหนังสือให้ฟังหน้าเขาจะสดใสขึ้นมาทันที เด็กที่ได้รับการอ่านตลอดเวลาจะรักหนังสือ รักการอ่านและรักการเรียนรู้ ที่สำคัญเด็กก็จะผูกพันกับคนที่อ่านหนังสือให้ฟัง ดิฉันมีหลาน เราก็มักจะแข่งกันเรื่องความรักของหลาน บางคนก็ใช้ขนมล่อ บางคนก็ใช้ของเล่น สำหรับดิฉันใช้หนังสือ เพราะเราอ่านกี่รอบก็ได้ กลางคืนก็อ่านได้ ทำให้เกิดความรักและความผูกพันกันมากขึ้น ดิฉันเคยอ่านจากที่ไหนไม่ทราบว่าเราต้องอ่านหนังสือวันละ 3 เล่มให้เด็กฟังทุกวัน และถ้าอ่านได้พันเล่ม ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเล่มใหม่พันเล่ม อาจจะเป็นเล่มเดิมอ่านซ้ำไปซ้ำมา เด็กก็จะสามารถอ่านหนังสือได้ พ่อแม่อาจจะคิดว่าเราภาษาดี แต่แท้จริงแล้วเราจะสู้ผู้เขียนหนังสือไม่ได้ ใครจะคิดคำคล้องจองได้มหัศจรรย์เท่าคุณตุ๊บปอง อ่านทีไรเด็กๆ ก็จะรื่นรมย์ พอหลานโตขึ้นมาหน่อย ดิฉันชอบอ่านหนังสือของคุณพรอนงค์ เพราะเป็นคนที่ใช้ภาษาได้ไพเราะมาก เวลาอ่านของเขาแล้ว หลานจะดูดื่มด่ำผิดปกติ ไม่เหมือนเวลาที่เราเล่าให้ฟัง ทั้งๆ ที่เราก็คิดว่าภาษาของเราสละสลวยแล้ว แต่ก็ไม่สามารถจะเก่งได้เท่ากับผู้เขียนที่ได้มีการคัดสรรมาอย่างดี ที่สำคัญอีกประการคือเด็กจะมีสมาธิดี มีการพัฒนาทางสมอง รู้จักสังเกต รู้จักเปรียบเทียบ รู้จักเชื่อมโยง เด็กๆ ที่เห็นภาพประกอบสวยๆ จะทำให้เขามีรสนิยมที่ดี มีอารมณ์สุนทรี และสิ่งเหล่านี้ก็จะปลูกฝังอยู่กับเขาตลอดไป ดิฉันเชื่อว่า การอ่านจะเป็นช่องทางที่อุดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำระหว่างเด็ก เด็กที่มาจากครอบครัวที่พ่อแม่ดูแลเอาใจใส่พูดคุยด้วยนั้น เมื่อเขาไปถึงโรงเรียนเขาจะมีคลังคำในสมอง 4-5 ล้านคลังคำ แต่เด็กที่มาจากครอบครัวที่พ่อแม่ไม่มีเวลา ไม่ช่างพูด ไม่ช่างบ่นแบบพวกเราก็จะมีคำที่ผ่านสมองน้อยกว่า แต่ถ้าไปถึงโรงเรียนแล้วครูสนใจเอาใจใส่ ครูจะช่วยอุดช่องว่างช่องนี้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องสำหรับพวกเราที่เป็นครูต้องตระหนักว่าครูจะอุดช่องว่างให้เด็กได้ด้วยการอ่าน ซึ่งเป็นวิธีที่ประหยัดและง่ายมาก การส่งเสริมการอ่านไม่ใช่เพียงแค่ลูกหลานเราเพียงอย่างเดียว แต่การอ่านจะช่วยทำให้คนในสังคมได้มีพัฒนาการที่ใกล้เคียงกัน และสามารถรวมพลังกันสร้างสรรค์สร้างบ้านเมืองได้มากยิ่งขึ้น ดิฉันจึงชื่นชมเป็นอย่างยิ่งที่ แปลน ฟอร์ คิดส์ ได้เริ่มโครงการนิทานเพื่อนรัก ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นหนึ่งเดียวในโลกที่ทำโครงการอย่างนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เคยรับสั่งว่า ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สิ่งที่อยากให้ทำมากที่สุดคือคู่มือสำหรับครู เพราะท่านได้เสด็จเยี่ยมโรงเรียนเยอะมาก แล้วก็ทราบดีว่าครูที่ทำงานในพื้นที่ห่างไกลยากลำบาก สอนแต่กลุ่มสาระ ต้องทำแผนและสื่อ 8 กลุ่มสาระ ไม่มีเวลาจะมาค้นคิดทำอะไรที่มันสลับซับซ้อนเชิงนวัตกรรมได้ แต่ถ้ามีคู่มือที่ดีๆ จะช่วยครูให้ต่อยอดได้เป็นอย่างมาก ดิฉันเชื่อว่า คู่มือครูที่ได้เห็นมาทั้งหมด คู่มือครูของนิทานเพื่อนรัก เป็นคู่มือครูที่สมบูรณ์ และนำไปใช้ปฏิบัติได้จริงมากที่สุด นอกจากนี้ก็ยังมีสมุดบันทึกมีการเชื่อมโยงไปสู่ที่บ้าน ไม่เพียงแต่เด็กเท่านั้นที่จะพัฒนาได้ครบทุกคิว (Q) ครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้บริหาร ถ้าร่วมในโครงการนี้จริงๆ ก็จะได้ยกระดับเช่นเดียวกัน ครูต้องถือว่าเป็นโอกาสทองเลยนะ หากในนิทานมีคำไหนโผล่ออกมาแล้วเด็กไม่เข้าใจ มันเป็นโอกาสที่ท่านจะต่อยอดได้ หนังสือจะเป็นทั้ง 2 อย่าง คือเป็นกระจกเงาที่สะท้อนให้เห็นตัวเรา ในขณะเดียวกันก็เป็นบานกระจกที่เปิดกว้างไปสู่โลกภายนอก เด็กที่อยู่ในมือของท่านขณะนี้ เป็นเจนเนอเรชั่นใหม่ เขาเติบโตค้าขายกับแอฟริกา ละตินอเมริกา และมองโกเลียแล้ว มันข้ามอะไรที่ธรรมดาๆ ไปแล้ว มันไม่ใช่แค่เรื่องของภาษาอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความคิดและวัฒนธรรมด้วย เพราะฉะนั้นอย่าคิดว่ามันไกลตัวเกินไป โลกมันเล็กเสียจนไม่มีอะไรไกลตัวเด็กแล้ว เราต้องเป็นสะพานเชื่อมพาเด็กไปให้ไกลที่สุด พาเด็กไปให้สูงที่สุด สติปัญญาเค้าไปได้แน่ แต่เราพร้อมหรือไม่ที่จะเป็นสะพานนั้น มันหมายถึงตัวครูเองก็ต้องเปลี่ยนด้วย เพราะถ้าตัวเราไม่ทำความเข้าใจกับสิ่งเหล่านี้ เราจะเป็นสะพานเชื่อมไม่ได้ ขอให้กำลังใจว่าสิ่งยากๆ สิ่งที่ดูเหมือนไกลตัว แท้จริงแล้วมันใกล้ มันไม่มีอะไรยากเกินไป แล้วก็ไม่มีอะไรไกลเกินไป สุดท้ายที่ต้องขอชมเชยมากๆ คือรายงานวิจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่บอกว่า กระบวนการสำหรับผู้บริหาร ครู และผู้ปกครอง ดิฉันถือว่า นี่คือเส้นทางสู่สวรรค์ ถ้าท่านผู้บริหาร ครู ผู้ปกครองได้ตามนี้จะสมบูรณ์ที่สุด สุดท้ายก็คงอยากให้กำลังใจฝากให้ท่านที่ทำงานเรื่องนี้พยายามสานต่อให้ระลึกเสมอว่า สิ่งที่ทำนั้นไม่เพียงแต่ช่วยให้เด็กของท่านมีความเจริญก้าวหน้า จนสามารถไปถึงดวงดาวที่เค้าควรจะไปถึงได้เท่านั้น แต่จะเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยรวมของประเทศอีกด้วย” 

       ภายในงานฉลอง 1 ทศวรรษ โครงการนิทานเพื่อนรัก นอกจากจะมีพิธีมอบโล่และเกียรติบัตรแก่ผู้บริหารโรงเรียนที่ส่งเสริมการอ่านแล้ว ยังได้เห็นถึงผลสัมฤทธิ์ของการใช้หนังสือนิทานที่มีต่อเด็ก ทั้งจากการแถลงผลงานวิจัย กรณีศึกษาโครงการนิทานเพื่อนรักและปาฐกถาพิเศษ ยังได้ชื่นชมไปกับความสามารถของเด็กที่ผ่านโครงการนิทานเพื่อนรักอย่าง น้องอิ๊นท์ ด.ญ.อินท์นรี มิ่งขวัญ และ น้องจ้า ด.ช.ศิรวิชญ์ จิตรถาวรกุล นับว่างานนี้เป็นงานที่มุ่งส่งเสริมคุณภาพทางการศึกษา ที่มีการรวมตัวกันของนักการศึกษาแนวหน้าของประเทศไทยไว้มากที่สุดด้วย

 

 

 

 

 

 

 


ที่มาข่าว  >> หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 19/07/2555

 

<< BACK