ตะกร้าสินค้า

0 ฿ (0 รายการ)
Planforkids.com 10 กิจกรรมน่าทำช่วงปิดเทอม


วันที่ : 11/04/2019   อ่าน : 510

10 กิจกรรมน่าทำช่วงปิดเทอม

 
 
ปิดเทอมใหญ่คราวนี้ไม่มีว้าเหว่ เพราะเจ้าตัวเล็กจะมีกิจกรรมให้ทำเพียบ ตั้งแต่ได้ค้นหาความชอบใหม่ ๆ จนถึงเสริมสร้างทักษะสารพัดด้านกันเลยทีเดียว ที่สำคัญยังช่วยเบี่ยงเบนความสนใจลูกไม่ให้ติดหนึบอยู่หน้าจอ จนอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพใจและกายในระยะยาวอีกด้วย*

ในบรรดากิจกรรมทั้งหมดนี้ ลูก ๆ ของคุณพ่อคุณแม่อยากทำอะไรมากที่สุดนะ ^^
 
 
 
 
1. อ่านหนังสือ
หนังสือคือเพื่อนที่ดีที่สุดของลูก การอ่านหนังสือให้ผลดีต่อสมองและจิตใจ ตรงข้ามกับการดูโทรทัศน์หรือสื่อออนไลน์อย่างสิ้นเชิง เพราะภาพและตัวหนังสือจะกระตุ้นให้สมองของลูกได้คิดสิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา จินตนาการจะถูกจุดประกายเมื่อได้สร้างภาพตามในหัวสมอง ทั้งสถานที่ที่ไม่เคยพบเจอ สิ่งของที่ไม่เคยเห็น และตัวละครมากมายนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน หนังสือยังช่วยให้ลูกได้ซึมซับแนวคิดและข้อคิดดี ๆ สามารถวิเคราะห์ปัญหา รู้จักสร้างจินตภาพ มีสมาธิและมีความรู้รอบด้านซึ่งจะเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
 
 
 
2. เล่นอิสระ
ไม่มีเด็กคนไหนไม่ชอบเล่น เพราะการเล่นเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่ดีต่อใจและดีต่อสมองอย่างยิ่ง มีงานวิจัยมากมายรองรับว่าการเล่นช่วยพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงของเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่เล่น ลูกจะได้ใช้จินตนาการสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ได้ทดลองเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ รวมถึงได้รู้จักการแก้ปัญหา สำหรับวัยอนุบาลนั้นไม่ต้องการรูปแบบหรืออุปกรณ์การเล่นที่ซับซ้อนมากนักก็สนุกได้ไม่รู้เบื่อ เช่น เล่นกับธรรมชาติอย่างเล่นดิน เล่นทราย เล่นน้ำ หรือเล่นต่อบล็อก เล่นจับคู่รูปทรง เล่นปั้นแป้ง เล่นบทบาทสมมติ เป็นต้น นอกจากเล่นคนเดียวแล้ว อย่าลืมส่งเสริมให้ลูกได้เล่นกับเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันบ้าง เพื่อส่งเสริมทักษะทางสังคม รู้จักแบ่งปัน อดทนรอคอย และปรับตัวให้อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้
 
 
 
3. เล่นดนตรี
เด็กที่ได้เล่นดนตรีนอกจากจะช่วยสร้างสรรค์เสียงเพลงเพราะ ๆ ขับกล่อมโลกแล้ว ยังพบข้อดีต่อพัฒนาการในการเรียนรู้อีกมากมาย ตั้งแต่ลูกจะมีการทำงานประสานสัมพันธ์ระหว่างมือและตาได้ดี มีความคล่องทางภาษามากกว่า ลากเส้นเชื่อมต่อระหว่างวงกลมกับตัวเลขสลับกันได้ดี สามารถคิดคำศัพท์แยกตามประเภท วาดรูปสัญลักษณ์และรูปทรงต่าง ๆ จดจำตัวเลขได้ดี แม้ยังรอผลการวิจัยแบบระยะยาวมารองรับ แต่ประเมินเบื้องต้นได้ว่าดนตรีเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ EF พัฒนาขึ้นได้ด้วย
 
 
 
4. ทำงานศิลปะ
วาดภาพระบายสี ปั้นดิน ปั้นแป้ง นอกจากลูกจะมีผลงานให้เห็นเป็นชิ้นเป็นอันและสร้างความภูมิใจแล้ว การทำงานศิลปะนั้นเป็นวิธีที่ส่งเสริมให้ลูกได้ใช้มือทั้งสองข้าง พร้อมกับสมองทั้งสองซีกและสายตาทั้งสองข้างโดยไม่รู้ตัว กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ใช้จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์แบบนี้ทำให้ลูกคุ้นชินกับการคิดนอกกรอบ กล้าทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ และยังมีผลพลอยได้เป็นการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างนิ้วมือให้แข็งแรง ช่วยให้ลูกพร้อมสำหรับการหยิบจับดินสอขีดเขียนอย่างมั่นคงเมื่อโตขึ้นอีกล่ะ
 
 
 
5. เล่นกีฬา
กีฬาเป็นการออกกำลังกายที่ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อและกระดูกของลูกวัยเจริญเติบโตเท่านั้น แต่ยังดีต่อสุขภาพจิตอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้ลูกอารมณ์ดีขึ้น มีสมรรถนะของการรู้คิด ซึ่งรวมถึงความจำ สมาธิ การรับรู้ที่ทำให้เกิดพฤติกรรมการแสดงออก รวมถึงการทำงานของสมองระดับสูง (Executive Functions) ได้ดีขึ้นด้วย
 
 

 
6. เข้าค่าย
ช่วงปิดเทอมจะมีค่ายสำหรับเด็กอนุบาลที่โตพอจะดูแลตนเองได้บ้างแล้วจัดขึ้นให้เลือกไม่น้อย เช่น ค่ายฤดูร้อน ค่ายฝึกภาษาอังกฤษ ค่ายวิทยาศาสตร์ ค่ายดนตรี ค่ายศิลปะ ค่ายถ่ายรูปเบื้องต้นสำหรับเด็ก เป็นต้น นอกจากจะได้ทั้งเพื่อนใหม่ ความรู้ และความสนุก เพราะมักมีกิจกรรมความบันเทิงให้เด็ก ๆ ร่วมสนุกจนลืมร้องไห้คิดถึงบ้านกันแล้วนั้น ยังช่วยเพิ่มประสบการณ์ชีวิตให้ลูกได้ฝึกทักษะช่วยเหลือตนเองด้านต่าง ๆ เพิ่มเติม รู้จักการปฏิบัติตามกฎระเบียบ เรียนรู้การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น (โดยอาจไม่มีพ่อแม่อยู่ใกล้ ๆ) ได้นั่นเอง
 
 
 
7. ทำอาหาร
ชวนลูกทำอาหาร ทั้งอร่อย ทั้งสนุก กิจกรรรมในครัวเป็นการช่วยงานในบ้านที่กลายเป็นการเล่นได้ แค่ชวนกันทำอะไรง่าย ๆ ให้เหมาะกับวัย โดยมีพ่อแม่ดูแลอยู่ใกล้ ๆ เช่น ล้างผัก เด็ดผัก หั่น สับ ตำ ตอกไข่ เจียวไข่ ทอดไข่ ทำแกงจืด ผัดผัก ปั้นแป้งขนมปัง ฯลฯ การฝึกให้ลูกทำอาหารเป็นนี้อาจเลอะเทอะเปรอะเปื้อนบ้างก็ทำความสะอาดได้ไม่ยาก แต่สิ่งที่ได้กลับมากับตัวลูกนั้นแฝงประโยชน์มากมาย ตั้งแต่ช่วยให้ลูกรู้จักฝึกควบคุมตนเอง ฝึกคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และยังสอดแทรกบทเรียนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และศิลปะจากชีวิตจริงได้ด้วย
 
 

8. ทำสวน
ยุคสมัยที่พืชผักเปี่ยมสารพิษแบบนี้ อะไรจะดีต่อสุขภาพของทุกคนในบ้านไปมากกว่าการชวนลูกปลูกผักสวนครัวอีกล่ะ และลูกยังได้ประโยชน์เต็ม ๆ จากการใช้ประสาทสัมผัสแทบทุกด้านที่เรียกว่าได้ส่งเสริมการทำงานของสมองอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่พรวนดิน โรยเมล็ด รดน้ำ ติดตามดูการเจริญเติบโตของพืช สังเกตสิ่งมีชีวิตตัวเล็กตัวน้อยอื่น ๆ ในสวน ได้ไอดินกลิ่นหญ้า ได้ยินเสียงสายลมพัดเบา ๆ จนถึงวันที่พืชผักพร้อมให้นำไปปรุงกิน หรือหากบ้านไหนโปรดปรานไม้ดอกก็จะได้ชื่นชมความมหัศจรรย์ของดอกไม้หลากสีสันยามชูช่อออกดอกสะพรั่งกันด้วย กิจกรรมที่ให้ลูกได้ใกล้ชิดธรรมชาติจะหล่อหลอมให้ลูกรู้คุณค่าของสิ่งแวดล้อมและมีจิตใจอ่อนโยนอย่างแน่นอน
 
 
 
9. เป็นจิตอาสา
อยู่ชั้นอนุบาลก็ทำงานจิตอาสาได้นะ แม้จะยังไม่ถึงขั้นปลูกป่าหรือสร้างโรงเรียนแบบรุ่นใหญ่ แต่ก็มีอีกหลายอย่างที่รุ่นเล็กทำเพื่อผู้อื่นในสังคมได้ โดยคุณพ่อคุณแม่ควรเป็นแบบอย่างให้ลูกเห็นด้วย เช่น เริ่มจากคัดเลือกสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วแต่ยังมีประโยชน์กับคนอื่นนำไปบริจาค เช่น ของเล่น เสื้อผ้า หนังสือนิทาน หรือชวนกันทำความสะอาดหรือเก็บขยะในที่สาธารณะ เด็กที่ได้รับการปลูกฝังให้มีใจช่วยเหลือผู้อื่นได้นั้นมักจะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว กิจกรรมนี้ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้ลูก ลดการเห็นตัวเองเป็นศูนย์กลางลง ให้รับรู้ถึงความสุขของการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เป็นการพัฒนาทักษะทางอารมณ์ ส่งเสริมความเป็นมนุษย์อย่างที่หาไม่ได้เลยถ้าไม่เคยลงมือทำ




10. หารายได้พิเศษ
การทำงานพิเศษไม่เพียงช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์นอกห้องเรียนให้ลูกแล้ว ยังก่อให้เกิดรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ อีกด้วย แต่ลูกวัยอนุบาลจะไปทำงานที่อื่นได้อย่างไรกันล่ะถ้าไม่ใช่ที่บ้าน ^^ กิจกรรมนี้จึงต้องชวนคุณพ่อคุณแม่ร่วมเล่นด้วยกัน นอกจากหน้าที่ประจำที่ลูกเคยได้รับมอบหมายให้ช่วยงานในบ้านแล้ว เช่น ล้างจาน กวาดบ้าน พับผ้า รดน้ำต้นไม้ คุณพ่อคุณแม่อาจลองเสนองานพิเศษเฉพาะกิจเพิ่มเติมให้ลูกเลือก เช่น ช่วยพ่อล้างรถ ช่วยแม่แยกขยะรีไซเคิล โดยมีค่าตอบแทนเป็นค่าขนมหรือเป็นเงินเก็บ ซึ่งจะสอนให้ลูกรู้จักการออม การอดทนรอคอย และรู้ซึ้งถึงคุณค่าของเงินได้ดีวิธีหนึ่ง
 

หมายเหตุ :
* ข้อมูลรายงานสุขภาพคนไทยปี 2559 ระบุว่า เยาวชนไทยที่เติบโตในยุคดิจิทัลใช้เวลาในเข้าอินเทอร์เน็ตเฉลี่ย 6 ชั่วโมงต่อวัน กิจกรรมการใช้งานสูงสุดคือการเล่นเกม ดาวน์โหลดเกมสูงถึง 85% ส่วนการใช้งานเพื่อการศึกษาค้นคว้าข้อมูลมีเพียง 31.8% โดยพบว่าเด็กไทยเล่นเกมออนไลน์ผ่านโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.2 ชั่วโมง

Writter : Timmy 

ศิลปะจากดอกไม้ใบไม้

ตามรอยพระบาท

สมรรถนะที่ 22 : สิ่งแวดล้อมที่มีชีวิต สร้างการคิดและสติปัญญา