ตะกร้าสินค้า

0 ฿ (0 รายการ)
Planforkids.com สมรรถนะที่ 6 : พ่อแม่เป็นความปลอดภัยหรือเป็นตัวอันตรายสำหรับลูก


วันที่ : 18/09/2018   อ่าน : 2053

สมรรถนะที่ 6 : พ่อแม่เป็นความปลอดภัยหรือเป็นตัวอันตรายสำหรับลูก

 

 
บทนำของการพัฒนาสุขภาวะทางกายด้านความปลอดภัย การช่วยเหลือและดูแลตนเอง สมรรถนะที่ 6
สมรรถนะที่ 6 เด็กแสดงออกว่ามีความเข้าใจเกี่ยวกับความปลอดภัย การช่วยเหลือและดูแลตัวเอง
 
พ่อแม่เป็นความปลอดภัยหรือเป็นตัวอันตรายสำหรับลูก
 
วันนี้จะขอเล่าถึงสมรรถนะที่ 6 เรื่อง ความปลอดภัย เป็นสมรรถนะด้านที่ลูกต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับความปลอดภัย ซึ่งก่อนที่จะพูดถึงสิ่งแวดล้อมภายในบ้าน และสิ่งแวดล้อมภายนอกบ้านว่าปลอดภัยหรือไม่จะขอคุยถึงสิ่งแวดล้อมในใจของลูกก่อนว่าปลอดภัยหรือไม่ขอเริ่มต้นด้วยคำถามว่า "พ่อแม่รู้ตัวไหมว่า ตัวพ่อแม่เองนั้นคือ ความปลอดภัยของลูกรึเปล่า"
 
เวลาอยู่ด้วยกันในบ้าน พ่อแม่อยู่กันอย่างดีให้เกียรติคำพูดของตนเองรึเปล่า พูดกันสุภาพ พูดกันดี ๆใช้คำที่รื่นหูรึเปล่า หรือวัน ๆ จ้องจะจิก จะตีกัน อยู่อย่างไว้วางใจกันหรือวัน ๆ เอาแต่หวาดระแวงกัน ที่สำคัญ คือสื่อสารกันด้วยท่าที่ทีอ่อนโยนด้วยความรัก หรือสักแต่ว่าพูดไปตามอารมณ์เรื่องนี้ไม่ต้องบอกละนะว่า พ่อแม่ประพฤติตนแบบใดจึงจะทำให้ลูกปลอดภัย พ่อแม่มีความกังวล และความคาดหวังกับลูกมากแค่ไหน เพราะนี่ก็เป็นตัวกำหนดความปลอดภัยสำหรับลูกด้วยนะ
 
ความกังวล และความคาดหวังของพ่อของแม่นี่แหละที่จะเป็นกำแพงที่ตั้งตระหง่านกั้นทำความรักจากพ่อแม่ที่ส่งไปให้ไม่ถึงลูก ยิ่งถ้าพ่อแม่ความกังวล และความคาดหวังสูงว่าลูกต้องเป็นโน่น นั้น นู่น นี่ต้องเป็นเด็กดีต้องว่านอนสอนง่ายต้องเรียนเก่ง ต้องมีน้ำใจต้องอดทน ต้องพูดไพเราะและต้อง..ต้อง..ต้อง อีกร้อยแปดพันเก้า อย่างนี้..ใจของลูกไม่มีทางปลอดภัยหรอกเพราะจะถูกกดดัน พ่อแม่ต้องหยุดคาดหวังในตัวลูกก่อนเพราะเมื่อคาดหวังแล้วจะเพ่งเมื่อเพ่งแล้วจะพล่าม เมื่อพล่ามก็จะพากันพังเพราะลูกไม่มีทางได้ดั่งใจพ่อแม่หรอก..เชื่อเถอะ
พ่อแม่เคยฟังลูกด้วยความว่างเปล่าบ้างรึเปล่า เพราะนี่ คือ ความปลอดภัยของใจลูก
 
พ่อแม่ต้องรู้จักเรียนรู้ที่จะฟังลูกด้วยใจที่กว้างและวางอคติ ไม่มีคาดเดาไม่เอาแต่หวาดระแวงอย่างเช่นเวลาที่ลูกเข้ามากอดหน้ากอดหลังนุงนังนัวเนียเป็นแมวสีสวาทต้องคิดว่าลูกทำด้วยความรักอย่างจริงใจไม่ใช่คาดเดา เอาซะใหญ่โตว่า..
"เอ๊ะทำดีผิดหูผิดตาอย่างนี้จะขออะไรอีกล่ะ"
หรือ
"ทำอะไรผิดมาแน่ ๆ ถึงมาเอาอกเอาใจพ่อแม่อย่างนี้"
อย่างนี้ลูกก็ไม่ปลอดภัยละ เพราะหมดสุขและลูกละเซ็ง
 
พ่อแม่เป็นคนย้ำคิดย้ำทำย้ำความผิดพลาดของลูกรึเปล่า เพราะนี่ก็คือความปลอดภัยของลูก
พ่อแม่ต้องมองความเป็นไปของลูกในปัจจุบันขณะอย่าเอาความผิดพลาดจากอดีตและความกังวลในอนาคตมากำหนดพ่อแม่ต้องชวนลูกให้ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดเพราะการมีปัจจุบันที่แข็งแรงคือการทำลายกำแพงความผิดหวังในอดีตและความคาดหวังอย่างงมงายในอนาคต
ที่สำคัญ คือ..
 
เมื่อลูกทำผิด คิดพลาดพ่อแม่ต้องให้อภัยลูกได้ทุกเรื่องและไม่มีการขุดเอาเหตุการณ์เก่าขึ้นพูดมาซ้ำย้ำรอยแผลอีกเพราะถ้าพ่อแม่ไม่ให้อภัย ลูกก็จะไม่สามารถลุกขึ้นเริ่มต้นใหม่ได้เลยเรื่องอย่างนี้พ่อแม่ต้องอยู่ในตำแหน่งที่จะเป็นจุดยืนแห่งความรักอันมั่นคงให้กับลูกอย่างไม่คลอนแคลน พ่อแม่มีสิทธิที่จะเหนื่อยใจ มีสิทธิที่จะบ่น มีสิทธิที่จะท้อแต่ไม่มีสิทธิถอดใจ เมื่อล้มลูกต้องมั่นใจว่ายังมีพ่อแม่เป็นหลักคอยประคองให้ลุกขึ้นใหม่ได้เมื่อพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้า ลูกต้องมั่นใจว่า มีพ่อแม่เป็นแรงคอยหนุนนำ
 
ลองสำรวจตรวจสอบพฤติกรรมของตัวเองแล้วก็คงรู้แล้วซินะว่าคุณเป็นพ่อแม่ที่ปลอดภัยหรือเป็นตัวอันตรายสำหรับลูก เมื่อรู้ตัวแล้วต่อไปจะมาเล่าถึงเรื่องความปลอดภัยที่พ่อแม่ต้องสอนให้ลูกรู้และทำให้ได้ลูกจะได้อยู่รอดและปลอดภัย ใช้ชีวิตได้อย่างดี
 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Facebook “toobpongtoobpong”
ตุ๊บปอง เรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป กรรมการผู้จัดการมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก


รู้จักกับ AR - Augmented Reality เทคโนโลยีที่ช่วยให้การอ่านสนุกยิ่งขึ้น

สมรรถนะที่ 5 : ทำอย่างไรให้ลูกสมรรถภาพทางกายดีตามวัย

10 สถานที่พาลูกเที่ยวงานวันเด็ก