ตะกร้าสินค้า

0 ฿ (0 รายการ)
โครงการคัดสรรหนังสือเด็กที่มีเนื้อหาส่งเสริมทักษะสมอง Executive Functions - EF
จิ๊กซอว์
ชุดนิทานกุ๋งกิ๋ง
ชุดนิทานไดโนน้อย
ชุดนิทานตุ๊บปอง
ชุดนิทานที่แนะนำโดยนายแพทย์ประเสริฐ
ชุดนิทานในหลวง รัชกาลที่ ๙
ชุดนิทานป๋องแป๋ง
นิทาน/หนังสือเด็ก
นิทานพร้อมกิจกรรมเสริมทักษะ
บัตรภาพ/Flash Cards
แบบฝึกเสริมทักษะ
สื่อเสริมพัฒนาการ
เสริมทักษะภาษาอังกฤษ
หนังสือ 2 ภาษา จีน-ไทย
หนังสือ 2 ภาษา ไทย-อังกฤษ
หนังสือ 2 ภาษา อังกฤษ-ไทย
หนังสือ 3 ภาษา ไทย-จีน-อังกฤษ
หนังสือการ์ตูน/วรรณกรรม
หนังสือกิจกรรม/ศิลปะ/ระบายสี
หนังสือคู่มือและความรู้ทั่วไป
หนังสือนิทาน-เพลง-CD/DVD
หนังสือบอร์ดบุ๊ค
หนังสือลอยน้ำ/หนังสือผ้า
หนังสือเล่มใหญ่ Big Book
หนังสือสารคดี/เสริมความรู้
วันที่ : 01/03/2017   อ่าน : 10191

โครงการคัดสรรหนังสือเด็กที่มีเนื้อหาส่งเสริมทักษะสมอง Executive Functions - EF


       จากเด็กน้อยผู้ "เรียนรู้ที่จะอ่าน" ไปสู่ "การอ่านเพื่อเรียนรู้" เมื่อเติบใหญ่ขึ้น เด็กๆ ต้อง "รักที่จะอ่าน ก่อนที่จะอ่านออก" เมล็ดพันธุ์แห่งความรักในการอ่านงอกงามผลิบานขึ้นในสมองของเด็กพร้อม ๆ กับทักษะหลายด้านที่ฝังเป็นรากหยั่งลึกในสมองของพวกเขา ทักษะสมองเหล่านี้ รวมเรียกว่า "Executive Functions - EF" ซึ่งสหวิทยาการสมัยใหม่ของโลกยอมรับอย่างกว้างขวางว่า เป็นทักษะที่นำพาไปสู่ความสำเร็จของชีวิต

      EF คืออะไร?
      "Executive Functions - EF" คือ กระบวนการในสมองส่วนหน้าของมนุษย์ทุกคน ที่ใช้ในการคิด รู้สึก และกำหนดการกระทำ ซึ่งได้รับการฝึกฝนพัฒนาจนเป็นทักษะสมอง ทำให้ “คิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้เป็น แก้ปัญหาเป็น อยู่กับคนอื่นเป็น และมีความสุขเป็น” ซึ่งเป็นทักษะที่มีความสำคัญยิ่งยวด ทั้งต่อความสำเร็จในการเรียน การทำงานอาชีพ การเห็นคุณค่าในตนเอง และการสร้างสัมพันธภาพกับคนอื่นๆต่อไปตลอดชีวิต

 
 
 
EF มีองค์ประกอบ 9 ด้าน จัดเป็น 3 กลุ่มทักษะ(3 X 3) ได้แก่

กลุ่มทักษะพื้นฐาน
1. Working memory = ความจำที่นำมาใช้งาน หรือ ความสามารถในการเก็บประมวล และดึงข้อมูลที่เก็บในคลังสมองออกมาใช้ตามสถานการณ์ที่ต้องการ
2. Inhibitory Control = ความสามารถในการยั้งคิดไตร่ตรองควบคุมแรงอยาก หยุดคิดก่อนที่จะทำหรือพูด
3. Shiftingหรือ Cognitive Flexibility = ความสามารถในการยืดหยุ่น พลิกแพลง ปรับตัว เป็นจุดตั้งต้นของการคิดนอกกรอบ คิดสร้างสรรค์

กลุ่มทักษะกำกับตนเอง
4. Focus Attention = ความสามารถในการใส่ใจจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาหนึ่งๆ โดยไม่วอกแวก
5. Emotional Control = ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จัดการกับอารมณ์ไม่ให้รบกวนผู้อื่น ไม่โกรธเกรี้ยวฉุนเฉียว ขี้หงุดหงิดง่าย
6. Self-Monitoring = คือ การประเมินตนเองรวมถึงสะท้อนผลการทำงาน เพื่อหาจุดบกพร่อง แล้วแก้ไขพัฒนาให้ดีขึ้น

กลุ่มทักษะปฏิบัติ
7. Initiating = ความสามารถในการริเริ่มและลงมือทำ กล้าคิดกล้าทำ ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง
8. Planning and Organizing = การวางแผนและดำเนินการตั้งแต่ตั้งเป้าหมาย เห็นภาพรวม จัดลำดับความสำคัญ จัดระบบ จนถึงการดำเนินการ และประเมินผล
9. Goal- Directed Persistence = ความพากเพียรให้บรรลุเป้าหมายมุ่งมั่น ฝ่าฟันอุปสรรคและล้มแล้วลุกได้

      ทักษะเหล่านี้ต้องได้รับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน เพื่อให้เกิดการ “ฝังชิป” เป็นโครงสร้างในสมองของเด็ก โดยเฉพาะในวัย 3-6 ปี ซึ่งเมื่อฝังตัวแล้วก็จะคงอยู่เป็นนิสัยหรือคุณสมบัติของบุคคลไปตลอดชีวิต

การอ่านเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการส่งเสริม EF ในเด็ก
      ในกระบวนการที่ผู้ใหญ่อ่านหนังสือให้ฟังนั้นมีทักษะ EF หลายด้านพัฒนาขึ้นในสมองของเด็กเสมอ ได้แก่ การจดจ่อตั้งใจฟัง (Attention) เด็กต้องยั้งใจตนจากการไปทำกิจกรรมอย่างอื่น (Inhibitory Control) เด็กได้คิด รู้สึก หรือจินตนาการไปตามเนื้อหา โดยนำข้อมูลใหม่ไปเชื่อมโยงกับข้อมูลเดิมในสมอง (Working Memory) หากข้อมูลใหม่แตกต่างไปจากข้อมูลเดิม เด็กอาจเกิดการปรับเปลี่ยนความคิด (Cognitive Flexibility) ยามที่นิ่งฟัง ภาวะอารมณ์ของเด็กจะสงบ หรือไหลลื่นไปตามท้องเรื่อง (Emotional Control) บางครั้งเนื้อหาอาจพาให้เด็กได้สะท้อนคิดกลับมาถึงตนเอง (Self- Monitoring)
 
       นอกจากกระบวนการอ่านที่ส่งเสริมทักษะสมอง EF เป็นพื้นฐานแล้ว เนื้อหาของหนังสือเด็กแต่ละเล่ม ยังอาจมีจุดหมายเฉพาะเพื่อส่งเสริมสร้างลักษณะนิสัยด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งสอดคล้องกับพัฒนาทักษะ EF เพิ่มเติมขึ้นไปอีก เช่น หนังสือที่มุ่งส่งเสริมการคิดไตร่ตรอง การกล้าคิดริเริ่ม การวางแผนการงานหรือการมีความมุ่งมั่นพากเพียร เป็นต้น
ผู้ใหญ่จึงควรอ่านหนังสือเล่มนั้นๆ ให้เข้าใจ ก่อนที่จะอ่านให้เด็กฟังเพื่อเข้าถึงสาระ จุดหมาย หรือกระบวนการที่มีทักษะสมอง EF สอดแทรกอยู่จะได้อ่านให้เด็กฟังอย่างมีอรรถรสนำไปสู่การพัฒนา EF ได้อย่างมีชีวิตชีวา และเมื่ออ่านแล้ว ผู้ใหญ่ควรตั้งคำถาม ชวนเด็กคิด วิเคราะห์ หรือจินตนาการไปกับเรื่องราวในหนังสือ อย่างแยบคาย มิใช่เพื่อทบทวนความจำหรือตอบให้ตรงเนื้อเรื่องเท่านั้นหากเพื่อให้เรื่อง ราวในหนังสือนำไปสู่การคิดค้น สร้างสรรค์ เติมเต็มประสบการณ์ให้หลากหลายยิ่งขึ้น
 
      นอกจากนี้ หลังอ่านหนังสือ ผู้ใหญ่อาจพัฒนากิจกรรมที่สอดคล้องกับเนื้อเรื่อง หรือใช้กิจกรรมที่ผู้เขียนแนะนำไว้ท้ายเล่ม มาให้เด็กได้ลงมือทำในหลากหลายรูปแบบก็จะเป็นการฝึกฝนสร้างเสริมทักษะสมอง EF ด้านต่างๆ ของเด็กให้เกิดการเรียนรู้และแข็งแรงยิ่งขึ้น

หนังสือของแปลน ฟอร์ คิดส์ ที่ได้รับคัดสรรว่ามีเนื้อหาส่งเสริมทักษะสมอง EF

"บึ้กซ่าขี้โมโห"
เนื้อหาของนิทานเรื่องนี้ส่งเสริมทักษะสมอง EF ในด้านที่ชี้ให้เห็นถึงผลร้ายของการไม่ควบคุมอารมณ์(Emotional Control) แต่เมื่อบึ้กซ่าไดโนเสาร์ขี้โมโหได้เห็นความเสียใจของแม่ไดโนเสาร์ปากเป็ด ที่ไข่หายไป ก็เกิดการยั้งคิด (Inhibitory Control) และรู้สำนึกประเมินตนเองว่าทำไม่ถูก (Self-Monitoring) รู้จักขอโทษผู้อื่น
 

 "กากระหายกับเหยือกน้ำใสใบโต"
นิทานเรื่องนี้ส่งเสริมความกล้าริเริ่มของกาที่ชวนให้เพื่อนไปหาแหล่งน้ำ เมื่อเกิดความแห้งแล้ง (Initiating) แม้ว่าสัตว์อื่น ๆ จะไม่ร่วมมือด้วย แต่กาก็บากบั่นพากเพียรที่จะไปหาด้วยตนเอง จนพบเหยือกน้ำใสใบโต แต่เมื่อเจออุปสรรคว่าน้ำในเหยือกนั้นอยู่ลึกเกินไปก็ คิดหาวิธีพลิกแพลงแก้ปัญหา (Shift/Cognitive Flexibility) โดยการนำหินก้อนใหญ่ใส่ในเหยือกอย่างไม่ลดละ แม้ว่าจะต้องจิกหาหินจำนวนมากมาใส่จนเต็มเหยือก ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นจนได้ดื่มน้ำ แม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่ก็อดทนจนกระทั่งทำสำเร็จ (Goal-directed Persistence)
 

 "ลูกหมูสามตัว"
เนื้อหาของนิทานเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความคิดริเริ่มลงมือสร้างบ้านของลูกหมู 3 ตัว (Initiating) บ้านของหมูสองตัวแรกใช้ฟางและไม้ ไม่อาจต้านทานแรงหมาป่าได้ แต่ด้วยความพยายามมุ่งมั่นของลูกหมูตัวที่สาม ที่ยอมใช้เวลา 3 วันสร้างบ้านอิฐที่แข็งแรงและสามารถป้องกันภัยได้ (Goal-directed Persistence) เมื่อหมาป่า จะเข้ามาทำร้ายในบ้านอิฐลูกหมูทั้ง 3 ก็ช่วยกันคิดหาทางแก้ปัญหา (Shift/Cognitive Flexibility) ได้สำเร็จ
 

 "เก็บได้ให้คืน"
หนังสือเล่มนี้ช่วยส่งเสริมให้เด็กเกิดความยับยั้งชั่งใจ (Inhibitory Control) เมื่อตุ๊บปองเก็บของมีค่าได้ ลังเลใจว่าจะเก็บไว้เอง หรือส่งคืนเจ้าของ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีกันอยู่ในสมอง (Initiating) แต่เมื่อตุ๊กติ๊กพี่สาวมาพูดให้เห็นใจคนที่ทำของหาย เขาก็ตัดสินใจนำไปให้คุณครู การได้รับคำชมจากครูและเพื่อนๆ ทำให้เขาตระหนักถึงคุณค่าในตนเอง (Self-Monitoring) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับเด็กในการพัฒนาตนเอง
 

 "จุด"
เรื่องราวนำเสนอให้เด็กๆได้มองเห็นความหลากหลาย ทั้งวิธีคิดวิธีทำและผลงานที่ปรากฏซึ่งเป็นพื้นฐาน ที่จะส่งผลให้เด็กเป็นคนที่สามารถยืดหยุ่นทางความคิด (Shifting/Cognitive Flexibility) และยังเป็นแรงบันดาลใจ ให้เด็ก ๆ อยากที่จะลองคิดลองทำ ลองสร้างสรรค์งานของตนเอง (Initiating) ในช่วงท้ายของเรื่อง ผู้เขียนได้ส่งต่อกำลังใจให้เด็ก ๆ ทุกคนเชื่อมั่น กล้าที่จะลุกขึ้นมา (Emotional Control) ริเริ่มลงมือสร้างสรรค์ผ่าน “วาชติ” ตัวละครตัวเอกในนิทานที่มอบให้กับเด็กชายตัวกะเปี๊ยกอีกด้วย ซึ่งผู้ใหญ่ทุกคนสามารถมอบโอกาสให้เด็ก ๆ ลองสร้างสรรค์งานศิลปะจุดที่หลากหลายดังเช่นวาชติได้เช่นเดียวกัน คุณค่าของหนังสือเล่มนี้อยู่ที่การแสดงให้เห็นถึงแนวทางที่จะส่งเสริมให้เด็กที่ขาดความมั่นใจในตนเอง กลับมากล้าที่จะริเริ่มสร้างสรรค์งานจนประสบความสำเร็จ ไปพร้อม ๆ กับการเห็นศักยภาพ เห็นคุณค่าในตนเอง
 

 "ยายเช้าชอบขับเครื่องบิน
นิทานเรื่องนี้ส่งเสริมทักษะสมอง EF ในด้านการริเริ่มลงมือทำตามความคิดฝันและจินตนาการ (Initiating) ของยายเช้าที่อยากขับเครื่องบินมีการวางแผนการทำงานเป็นขั้นตอน (Planning & Organizing) แสดงความบากบั่นพากเพียรในการลงมือทำจนสำเร็จ (Goal-directed Persistence) ยายเช้ามีความเบิกบานใจอารมณ์ดีเวลาทำงาน และเมื่อเกิดปัญหาน้ำมันหมด ยายเช้าก็แก้ไข (Shift/Cognitive Flexibility) ด้วยความมีสติ (Emotional Control) และยังมีความรู้จักตนเอง (Self-Monitoring) พักผ่อนให้เพียงพอก่อนขับเครื่องบิน
 

 "กระต่ายน้อยหนีแม่"
เมื่อกระต่ายน้อยตัดสินใจบอกแม่ว่าจะหนีออกไปท่องเที่ยวไกล ๆ ตามลำพัง แม่กระต่ายก็พยายามทำให้ลูกเข้าใจถึงความรัก ความเข้าใจของแม่ (Emotional Control) ผ่านบทกลอนอันไพเราะและภาพวาดที่ประณีต เด็ก ๆ เกิดสมาธิจดจ่ออยู่กับเรื่องราว และช่วยกระตุ้นทักษะสมองด้านการสับเปลี่ยนความคิดและความจำขณะทำงาน (Working Memory) เพื่อตีความหมายบทกลอนและภาพวาดให้สอดคล้องกัน การทำความเข้าใจความรักที่แม่กระต่ายมีให้กับลูกกระต่าย และนำมาเปรียบเทียบกับประสบการณ์ความรักที่แม่มีให้กับตนเอง เป็นการกระตุ้นให้เกิดการยืดหยุ่นทางความคิด ที่สำคัญคือได้เรียนรู้ว่าแม่จะทำหน้าที่ดูแลลูกให้ปลอดภัย (Goal-directed Persistence) ซึ่งเป็นพื้นฐานทางจิตใจที่สำคัญต่อการพัฒนาทักษะสมอง EF ต่อไปในอนาคต
 

 "ผึ้งจอมขยัน"
นิทานเรื่องนี้ส่งเสริมทักษะสมอง EF ในเรื่องความยับยั้งชั่งใจ (Inhibitory Control) ของผึ้งน้อย หลังจากที่ครั้งแรกหลบไปเล่นเพลินตามที่เพื่อนแมลงชวนจนค่ำมืดแล้วไปพบว่าเพื่อน ผึ้งเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานก็รู้สึกเสียใจว่าตนไม่รับผิดชอบ(Self Monitoring) จากนั้นก็ตั้งใจที่จะไม่ทำเช่นนั้นอีก (Initiating) นอกจากนี้ยังแสดงถึงการยืดหยุ่นความคิดของหมู่เพื่อนแมลงที่เมื่อเห็นว่า ผึ้งน้อยต้องทำงานไปเล่นด้วยไม่ได้ ก็พลิกแพลง (Shift/Cognitive Flexibility)หาทางที่จะหาความสนุกให้เพื่อนผึ้งน้อยด้วยการทำห่วงดอกไม้บาน มามอบให้ด้วยความมีน้ำใจ
 

 "ตั๊กแตนผู้ซื่อสัตย์"
นิทานเรื่องนี้มีเนื้อหาส่งเสริมทักษะสมอง EF ด้านการยับยั้งชั่งใจ (Inhibitory Control) จากเนื้อเรื่องที่เจ้าตั๊กแตนเก็บกังหันของเจ้าเต่าทองได้ ตอนแรกก็แอบเก็บไว้เป็นของตนเองคืนหนึ่ง แต่เมื่อตื่นมาตอนเช้าจึงได้คิดไตร่ตรองว่า กังหันนั้นไม่ใช่ของตน แต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะคืนดีหรือไม่ ต่อเมื่อได้เห็นเจ้าของกังหัน คือเต่าทองร้องไห้เสียใจที่ของเล่นหาย เจ้าตั๊กแตนหยุดคิดและตัดสินใจทำในสิ่งที่ถูกต้อง (Shift/Cognitive Flexibility) คือคืนกังหันให้เต่าทอง
 

 "ของขวัญของหายทาก"
เป็นนิทานที่นอกจากจะมีความน่ารักในเนื้อเรื่องแล้วยังสะท้อนให้เห็นความคิด ริเริ่ม (Initiating) ความตั้งใจของสัตว์ทุกตัวที่พยายามเลือกสรรของขวัญให้แก่นางฟ้าซึ่งมีความหลากหลาย (Shift/Cognitive Flexibility) ตามแต่ที่สัตว์แต่ละชนิดจะชื่นชอบและได้เห็นความมุ่งมั่นในเป้าหมายอย่าง แน่วแน่ (Goal-directed Persitence) ของเจ้าหอยทากที่จะแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่นางฟ้าเช่นกัน โดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆทั้งสิ้น
 
 
 "ลูกแกะสามตัว"
ลูกแกะสามตัวแอบหนีแม่ไปเที่ยวเล่นในป่า เจอหมาป่าคู่ปรับซึ่งตั้งใจจะจับพวกมันกินให้ได้ (Focus/ Attention) หมาป่าแกล้งปลอมตัวเป็นแกะ หลอกล่อจนจับลูกแกะทั้งสามได้สำเร็จ แต่พวกมันก็สามารถเก็บอาการตื่นกลัวเอาไว้ได้ (EmotionalControl) และยังช่วยกันคิดพลิกแพลง (Shift/Cognitive Flexibility) วางแผนออกอุบายจนหนีเอาตัวรอดมาได้ (Planning & Organizing) นิทานเรื่องนี้จะทำให้เด็กรู้จักยับยั้งชั่งใจ (Inhibitory Control) คิดถึงผลดีผลเสียก่อนทำสิ่งใดเสมอ
 
 
 "เจ้าหมูปิงปอง"
นิทานเรื่องนี้สะท้อนความมุ่งมั่นตั้งใจของเจ้าหมูปิงปองที่จะฝึกบินให้ได้ ทุกรูปแบบ (Goal-directed Persistence) ลองผิดลองถูกต่าง ๆ นานา (Initiating) และเมื่อเพื่อนพยายามแก้ปัญหาความวุ่นวายที่เกิดจากการฝึกบินของเจ้าหมู ปิงปองโดยคิดเอาเครื่องเล่นเด้งดึ๋งมาให้เล่น (Shift /Cognitive Flexibility) ก็ทำให้เจ้าหมูสนุกมาก ต่อมาเจ้าหมูนึกขอบคุณเพื่อนที่ทำให้เขาสนุก (Self-Monitoring) จึงเอาเครื่องเล่นเด้งดึ๋งนั้นมาช่วยคิดทำงานตอบแทนเพื่อน (Shift/Cognitive Flexibility)
 

 "ชุดสวยจากปุยเมฆ"
“พอเพียง ก็คือ เพียงพอ จงอย่าทอให้มากเกินไป” เพราะความพอเพียงตั้งอยู่บนความพอดี ความพอดีที่จะไม่เบียดเบียนตนเองให้เหนื่อยเกินไปความพอดี ที่จะไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน เพราะเมื่อใดที่รู้จัก “พอ” เมื่อนั้นก็จะ “ดี” ทั้งกับตนเองและผู้อื่น ความสามารถในการควบคุมแรงปรารถนาของตนเอง (Inhibitory Control) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม (Shift/Cognitive Flexibility) ก่อให้เกิดความสงบสุขทั้งภายในใจของเด็ก และความสงบสุขที่เกิดขึ้นต่อสังคมแวดล้อม ชวนเด็ก ๆ คิดไตร่ตรองเพื่อให้เริ่มเข้าใจความ “พอดี” ในแบบเด็ก ๆ โดยตั้งคำถามชวนคิด เพื่อให้ได้ใช้จินตนาการมาประเมินสถานการณ์ และค้นหาคำตอบ เช่น “ถ้ามีสัตว์ประหลาดที่ชอบกินต้นไม้มาก แล้วกินต้นไม้ทุกต้นบนโลกจนหมดในวันเดียว เด็ก ๆ คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
 

 "จอมขโมยหนังสือ"
เป็นหนังสือที่มีเรื่องราวส่งเสริมทักษะสมอง EF พูดถึงชุมชนที่อ่านหนังสือให้เด็กฟังก่อนนอนกันทุกบ้าน (การอ่านหนังสือเป็นกระบวนการสำคัญอย่างหนึ่งที่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะสมอง EF ในเด็ก) เอลิซ่าบราวน์ เป็นกระต่ายที่มีความกล้าที่จะลุกขึ้นมาคลี่คลายปัญหา (Initiating) เมื่อจับตัวขโมยหนังสือได้ก็คิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control) แล้ววางแผนแก้ปัญหาและจัดการ (Planning & Organizing) จนจอมขโมยหนังสือนำหนังสือนิทานที่เอาไปมาคืนให้กับทุกบ้านได้อย่างเรียบร้อย หลังจากนั้น ยังประชุมเพื่อนบ้านทั้งหมดให้รับรู้ปัญหาและบอกว่าได้มีการแก้ไขความผิด แล้วสุดท้ายทั้งชุมชนก็เอื้อเฟื้อให้จอมขโมยหนังสือซึ่งอยากอ่านหนังสือได้เข้าไปร่วมฟังการอ่านหนังสือของแต่ละบ้านทุกคืนด้วย
 

 "รอนานหน่อยนะ"
ภาพและเหตุการณ์ในเรื่องที่อาจดูเหมือนจะซ้ำๆ ชื่อเรื่องที่เหมือนจะสะท้อนแค่การรอคอยแต่หากเราลองเข้าไปนั่งอยู่ในใจเด็ก ในฐานะผู้ฟัง จะพบทั้งความตื่นเต้นในการรอคอย การจดจ่อ (Focus/Attention) เฝ้าติดตามสิ่งที่จะเกิดขึ้นในหน้าต่อไปถึงแม้จะไม่ยากเกินกว่าที่จะเดา ภาพความชัดเจนในการรอคอยกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม มีความหมายต่อความมั่นคงภายในของเด็ก ๆ มาก ขณะเดียวกันภาพสีหน้าแววตาท่าทางของสัตว์ขณะรอคอยอยู่หน้าห้องคุณหมอและ เมื่อออกมาจากห้องรวมถึงในตอนจบของเรื่อง ยังได้สื่อและสร้างทัศนคติที่ดีต่อการไปพบคุณหมอให้กับเด็ก ๆ (Working Memory) นอกจากนั้นเด็ก ๆ ก็ยังได้เรียนรู้เรื่องจำนวนและการเรียงลำดับผ่านเนื้อเรื่องอีกด้วย
 
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
 

100 เล่มหนังสือนิทานดี... 100 ปี การสาธารณสุขไทย

แจ้งปิดทำการเนื่องในวันมาฆบูชา

ปักหมุดวันหยุดยาว “ปิดเทอมสร้างสรรค์ ชวนกันอ่านสร้างสุขฯ”